ภาพประกอบข่าว: ศุภจี เผย รัฐทุ่ม 1.28 พันล้าน อุ้มราคามันสำปะหลัง -เร่งขยายตลาดเพิ่มรายได้ชาวไร่
เครดิตภาพ: mayuree

ศุภจี สุธีรพันธ์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าของมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง โดยระบุว่า รัฐบาลได้มีการอนุมัติงบประมาณสูงถึง 1,280 ล้านบาท เพื่อใช้ในการยกระดับราคามันสำปะหลังในฤดูการผลิตปี 2566/67 และเร่งขยายช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม และมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน โดยมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน และสร้างความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเป็นฐานรากสำคัญของเศรษฐกิจไทย

ประเด็นสำคัญจาก: ศุภจี เผย รัฐทุ่ม 1.28 พันล้าน อุ้มราคามันสำปะหลัง -เร่งขยายตลาดเพิ่มรายได้ชาวไร่

นโยบายการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังของรัฐบาล ได้รับการขับเคลื่อนอย่างจริงจัง ภายใต้การนำของรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเล็งเห็นถึงความสำคัญของอาชีพเกษตรกรที่ต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะมันสำปะหลังที่ถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ งบประมาณจำนวน 1,280 ล้านบาทที่ได้รับการอนุมัติในครั้งนี้ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาเสถียรภาพราคา และสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรยังคงสามารถประกอบอาชีพและมีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณให้ภาคเอกชนและผู้ประกอบการได้เห็นถึงความตั้งใจของภาครัฐในการสนับสนุนและพัฒนาอุตสาหกรรมมันสำปะหลังอย่างครบวงจร

นอกจากการอุดหนุนด้านราคารับซื้อแล้ว รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มมูลค่าและสร้างความยั่งยืนให้กับมันสำปะหลังไทย โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังแปรรูปให้เป็นที่รู้จักในตลาดโลกมากขึ้น รวมถึงการส่งเสริมการใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ซึ่งจะช่วยสร้างความต้องการใช้มันสำปะหลังอย่างต่อเนื่อง และลดการพึ่งพิงตลาดส่งออกในรูปแบบเดิมๆ นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์มันสำปะหลังใหม่ๆ ที่ให้ผลผลิตสูงและทนทานต่อโรค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้กับเกษตรกรอีกด้วย

รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น

มาตรการอุ้มราคามันสำปะหลังในฤดูการผลิต 2566/67 นี้ ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกร โดยมุ่งเน้นการประกันราคาขั้นต่ำ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาตกต่ำในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ซึ่งมักจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรอย่างรุนแรง โดยกำหนดกลไกการรับซื้อที่เหมาะสมและตรงกับสถานการณ์ตลาด ณ เวลานั้นๆ เพื่อให้เกษตรกรได้รับราคาที่เป็นธรรม และสามารถครอบคลุมต้นทุนการผลิตได้ นอกจากการประกันราคาแล้ว รัฐบาลยังได้กำหนดให้มีการติดตามสถานการณ์ราคามันสำปะหลังอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนมาตรการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที หากเกิดการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยสำคัญต่างๆ ที่ส่งผลต่อราคาในตลาดโลก หรือสถานการณ์ภายในประเทศ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อเกษตรกรให้ได้มากที่สุด และลดความเสียหายจากการผันผวนของราคา

การเร่งขยายตลาดถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยศุภจีได้เน้นย้ำถึงแผนการเชิงรุกในการเจาะตลาดใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศที่มีความต้องการใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการลงทุนในการสร้างโรงงานแปรรูปมันสำปะหลังในประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต และลดการส่งออกในรูปของวัตถุดิบดิบ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการในประเทศได้ด้วยในเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังเป็นการสร้างงานในส่วนภูมิภาคตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

สรุปข่าวทั้งหมด

โดยสรุปแล้ว การที่รัฐบาลทุ่มงบประมาณ 1,280 ล้านบาท เพื่ออุ้มราคามันสำปะหลังและเร่งขยายตลาด ถือเป็นมาตรการเชิงรุกที่สำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังให้มีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน โดยมาตรการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยพยุงราคามันสำปะหลังในระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังของไทยในระยะยาว ผ่านการขยายตลาดและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น นอกจากนี้ การดำเนินงานดังกล่าวยังเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาภาคการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของชาติ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here