ภาพประกอบข่าว: เรืองไกร ลั่นไม่เห็นชอบแก้รธน.60 ขอเข้าสภาปราบทุจริต ติงอย่าดึงสถาบันหาเสียง
เครดิตภาพ: ข่าวสด

เรืองไกร ประกาศชัดไม่เห็นชอบต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยระบุว่าต้องการเข้าสู่สภาเพื่อปราบปรามทุจริตเป็นหลัก พร้อมทั้งเรียกร้องให้การเมืองไม่ดึงสถาบันเข้าเกี่ยวข้องในช่วงหาเสียง ทั้งนี้ การแถลงการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในบริบทที่มีการเก็งอนาคตของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ถกเถียงในสังคมอย่างหนัก ความคิดเห็นของเรืองไกรได้สะท้อนถึงความวิตกกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญจะส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองที่เผชิญกับความท้าทายเรื่องคอร์รัปชัน

ประเด็นสำคัญจาก: เรืองไกร ลั่นไม่เห็นชอบแก้รธน.60 ขอเข้าสภาปราบทุจริต ติงอย่าดึงสถาบันหาเสียง

เรืองไกร ได้แสดงจุดยืนต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 เพราะเชื่อว่าจะไม่เป็นผลดีต่อประเทศ การปรับปรุงเนื้อหาของรัฐธรรมนูญควรคำนึงถึงความโปร่งใสและไม่ควรมุ่งเน้นไปที่ผลประโยชน์ส่วนบุคคลหรือกลุ่มการเมืองใดๆ เขายังย้ำว่าการเข้าสู่สภาควรมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือการลดปัญหาคอร์รัปชันซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ขัดขวางการพัฒนาของชาติ

การนำสถาบันมาใช้ในเชิงหาเสียงเป็นสิ่งที่เรืองไกรต่อต้านอย่างยิ่ง เพราะเห็นว่าเป็นการใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงระหว่างประชาชนกับสถาบันในเชิงลบ โดยเขาเชื่อว่านักการเมืองควรทำงานด้วยความภักดีและไม่ควรนำสถาบันมากดดันให้เกณฑ์ใช้ในการหาเสียง ทั้งนี้เขาแสดงความคิดเห็นอย่างชัดเจนว่าการคงเสถียรภาพของรัฐธรรมนูญคือกรอบในการป้องกันการใช้อำนาจในทางที่ผิด

รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น

ในแง่ของการปราบปรามทุจริต เรืองไกรเน้นย้ำถึงความสำคัญของมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดช่องโหว่ที่ส่งเสริมการกระทำผิด การเสริมสร้างกลไกตรวจสอบที่เข้มงวดยิ่งขึ้นจากองค์กรต่างประเทศเป็นแนวทางที่เขาสนับสนุนเพื่อทำให้ปัญหานี้ถูกจัดการอย่างจริงจัง

แม้ว่าการปราบปลอมมีความซับซ้อนและยากเย็นแค่ไหน แต่เรืองไกรเชื่อมั่นว่าการมุ่งเน้นไปที่การสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการลดปัญหาดังกล่าวร่วมกันในระยะยาว นอกจากนี้ การศึกษาเรื่องการใช้งบประมาณอย่างโปร่งใสและการตรวจสอบบัญชีสาธารณะยังเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันการรั่วไหลของทรัพยากร

สรุปข่าวทั้งหมด

ในภาพรวม เรืองไกรได้แสดงจุดยืนอย่างมั่นคงต่อการปฏิเสธการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยให้เหตุผลว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆ ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใสและความยุติธรรม ทุกฝ่ายควรมุ่งเน้นไปที่การปราบปรามทุจริตเพื่อพัฒนาประเทศ รวมถึงการไม่ดึงสถาบันเข้ามาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ถือเป็นการเน้นย้ำให้เห็นถึงทิศทางการดำเนินนโยบายในอนาคตที่ต้องครอบคลุมทั้งความมั่นคงทางการเมืองและความเป็นธรรมต่อสังคมไทย

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here