ภาพประกอบข่าว: นายกฯเตรียมประชุม’นบข.’ตั้งกก.ใหม่ช่วยชาวนา-เร่งเจรจาข้อสรุปภาษีสหรัฐฯก่อนยุบสภา
เครดิตภาพ: Wipa

นายกฯ เตรียมเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) สมัยสามัญ นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ดูแลช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวนาให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมเร่งเจรจากับสหรัฐอเมริกาเพื่อสรุปประเด็นภาษีก่อนการยุบสภา โดยมีวาระสำคัญในการพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายข้าวในระยะยาว รวมถึงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าสำหรับชาวนาที่กำลังประสบปัญหาผลผลิตตกต่ำและต้นทุนการผลิตสูงขึ้นในปัจจุบัน การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย ตลอดจนการจัดการประเด็นการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญอย่างเร่งด่วน

ประเด็นสำคัญจาก: นายกฯเตรียมประชุม’นบข.’ตั้งกก.ใหม่ช่วยชาวนา-เร่งเจรจาข้อสรุปภาษีสหรัฐฯก่อนยุบสภา

การเตรียมการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งนี้ มีเป้าหมายหลักคือการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดใหม่ เพื่อให้มีกลไกที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพในการดูแลภาคการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ซึ่งเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย คณะอนุกรรมการชุดใหม่นี้จะมีหน้าที่ในการศึกษา วิเคราะห์ และเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้าว ไม่ว่าจะเป็นด้านราคา การตลาด การผลิต รวมถึงการส่งเสริมคุณภาพและการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก นอกจากนี้ ยังจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรในสถานการณ์วิกฤต เช่น ราคาตกต่ำ หรือภัยธรรมชาติ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความมั่นคงในอาชีพ

นอกจากวาระเรื่องข้าวแล้ว อีกหนึ่งประเด็นเร่งด่วนที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญคือการเร่งเจรจาข้อสรุปเกี่ยวกับภาษีกับสหรัฐอเมริกาก่อนการประกาศยุบสภา ประเด็นการค้าระหว่างประเทศนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคการส่งออกและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ การเจรจาที่ล่าช้าหรือไม่ได้รับการแก้ไขอาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกไปยังสหรัฐฯ โดยตรง การเร่งรัดให้ได้ข้อสรุปก่อนการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้น จะช่วยสร้างความชัดเจนและลดความเสี่ยงให้กับผู้ประกอบการ ทำให้พวกเขาสามารถวางแผนการดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง ถือเป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลที่สำคัญ

การดำเนินการทั้งสองเรื่องในห้วงเวลาใกล้เคียงกัน แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการจัดการทั้งปัญหาภายในประเทศที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรและการค้า ตลอดจนประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจระดับมหภาค การแต่งตั้งคณะกรรมการและเร่งเจรจาข้อตกลงต่างๆ ก่อนการยุบสภาเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะทิ้งทวนผลงานและวางรากฐานการทำงานที่สำคัญไว้ให้รัฐบาลชุดต่อไป หากการเจรจาภาษีสหรัฐฯ สามารถบรรลุข้อตกลงได้สำเร็จ จะเป็นผลดีต่อภาพรวมการส่งออกและเศรษฐกิจของไทยในช่วงต่อไป

รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น

สำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น คาดว่าจะมีผู้แทนจากกระทรวงที่เกี่ยวข้องหลายกระทรวงเข้าร่วม เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง รวมถึงหน่วยงานภาคเอกชนและตัวแทนเกษตรกร เพื่อระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการกำหนดทิศทางนโยบายข้าว คณะอนุกรรมการชุดใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้งจะมีหน้าที่รับผิดชอบในรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น อาทิ คณะอนุกรรมการพิจารณามาตรการแทรกแซงราคาข้าว คณะอนุกรรมการส่งเสริมการผลิตข้าวคุณภาพ คณะอนุกรรมการพัฒนาและส่งเสริมการตลาดข้าว และคณะอนุกรรมการแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร ซึ่งการแยกงานในลักษณะนี้จะช่วยให้การทำงานมีความคล่องตัวและสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น

ในส่วนของการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ นั้น มีรายงานว่าทีมเจรจาของไทยได้เร่งรวบรวมข้อมูลและจัดทำข้อเสนอต่างๆ เพื่อนำไปพิจารณาร่วมกับทางสหรัฐฯ ประเด็นที่คาดว่าจะมีการหารืออย่างเข้มข้นคือ กฎระเบียบทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (non-tariff barriers) และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ การเจรจาครั้งนี้จึงมิใช่เพียงแค่การลดอุปสรรคทางการค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเข้าใจอันดีและเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศ เพื่อประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว การที่นายกรัฐมนตรีเข้ามาดูแลและเร่งรัดกระบวนการนี้ด้วยตนเอง แสดงให้เห็นถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลให้ต่อประเด็นนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ

สรุปข่าวทั้งหมด

การเคลื่อนไหวของนายกรัฐมนตรีในการเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เพื่อแต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดใหม่ สะท้อนถึงความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวนาให้มีความมั่นคงในอาชีพ พร้อมกันนี้ ยังเร่งรัดการเจรจาข้อสรุปเรื่องภาษีกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นพันธมิตรทางการค้าที่สำคัญ ก่อนการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นจากการยุบสภา การดำเนินการทั้งสองวาระนี้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการบริหารจัดการทั้งปัญหาภายในประเทศและประเด็นระหว่างประเทศที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม การแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เพื่อดูแลภาคข้าวจะช่วยให้มีกลไกที่ชัดเจนในการรับมือกับความท้าทายต่างๆ ในขณะที่การบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ จะสร้างความมั่นใจให้กับภาคการส่งออกและผู้ประกอบการ การติดตามผลการประชุมและผลการเจรจาเหล่านี้จะเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยในอนาคต

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here