
อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนกรานเรื่องปรับปรุงบันทึกข้อตกลง (MOU) ฉบับที่ 43 และ 44 ให้สอดคล้องกับหลักการสากลอย่างเหมาะสม พร้อมยืนยันว่าพรรคภราดรภาพ (ภท.) ภายใต้การนำของตนเองจะไม่มีการแบ่งแยกฝ่ายหรือแบ่งครึ่งในเชิงนโยบาย ทั้งนี้การประชุมได้มีการกล่าวถึงความสำคัญของการปรับปรุง MOU เพื่อให้เกิดการพัฒนาและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต
ประเด็นสำคัญจาก: อนุทิน ย้ำ MOU 43-44 ต้องปรับให้เหมาะสม ยึดหลักสากล ลั่นภท.ไม่มีแบ่งครึ่งแน่
ในการประชุมครั้งล่าสุด อนุทิน ชาญวีรกูล ได้แสดงความเห็นว่า MOU ฉบับที่ 43 และ 44 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง เพื่อให้สามารถนำใช้ได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล อนุทินเน้นว่าในขณะที่การทำ MOU มีความสำคัญต่อการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่การได้รับการปรับปรุงให้ตรงกับสถานการณ์ปัจจุบันก็เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงอย่างยิ่ง
อนุทินยังยืนยันว่าพรรคภราดรภาพจะดำเนินนโยบายโดยไม่แบ่งฝ่าย เพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นและผลักดันนโยบายอย่างเต็มที่ ทั้งนี้การขาดความเป็นเอกภาพในพรรคนำไปสู่ความไม่มั่นคงในเชิงบริหาร และอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมของการดำเนินการต่างๆ ที่พรรคตั้งเป้าหมายไว้
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
บันทึกข้อตกลงฉบับที่ 43 และ 44 เป็นข้อตกลงที่มีจุดประสงค์หลักในการสนับสนุนการพัฒนาภาพรวมของประเทศ โดยศึกษาและวิเคราะห์จากรูปแบบความร่วมมือที่มีมาแต่เดิม เพื่อให้เกิดมาตรการที่มีประสิทธิภาพและส่งผลดีต่อสังคมและเศรษฐกิจ
ในการปรับปรุง MOU นั้น ข้อเสนอแนะต่างๆ ได้รับการเปิดเผยจากทั้งสองฝ่าย ทั้งจากแหล่งภายนอกและภายในรัฐบาล เพื่อให้ตอบสนองต่อความท้าทายใหม่ๆ และยึดมั่นในการใช้มาตรฐานสากลเป็นหลัก ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเจรจาและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สรุปข่าวทั้งหมด
โดยรวมแล้วการยืนยันของอนุทินเกี่ยวกับการปรับปรุง MOU ฉบับที่ 43 และ 44 ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ในระดับสากล ในขณะที่ยืนยันว่าพรรคภราดรภาพจะไม่มีการแบ่งแยกภายใน ทั้งนี้ความคืบหน้าของการปรับปรุงดังกล่าวย่อมมีผลต่อการพัฒนากำลังการผลิตและนโยบายสาธารณะที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคมไทยในอนาคต












