
ตรีนุช ยันไม่จริง — ตรีนุช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้ความชัดเจนถึงข่าวลือที่ว่า แรงงานกัมพูชาในประเทศไทยต้องกลับประเทศในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ แรงงานสามารถพำนักและทำงานได้จนถึงปี 2570 การออกมาชี้แจงในครั้งนี้เพื่อลดความวิตกกังวลของแรงงานจำนวนมากที่ได้รับข้อมูลที่บิดเบือน และเพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับนโยบายที่แท้จริง
ประเด็นสำคัญจาก: ตรีนุช ยันไม่จริง ปม แรงงานกัมพูชา ต้องกลับประเทศ 13 ก.พ. 69 ยันอยู่ได้ถึงปี 70
สถานการณ์แรงงานกัมพูชาในประเทศไทยเป็นประเด็นที่มีการติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมื่อมีข่าวลือถึงการต้องกลับประเทศก่อนกำหนด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทั้งแรงงานและเศรษฐกิจภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีตรีนุชได้ยืนยันให้ความมั่นใจว่า กระบวนการจัดทำงานและใบอนุญาตขณะนี้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ และไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่เกินความคาดหมาย
สาเหตุที่ทำให้เกิดการเข้าใจผิดเกี่ยวกับกำหนดการกลับประเทศ อาจมาจากการตีความผิดในบางส่วนของข้อบังคับทางกฎหมายแรงงาน ที่อาจประกาศอนุญาตการพำนักชั่วคราว แต่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบในภาพรวม การชี้แจงในครั้งนี้มุ่งหวังให้เกิดความเข้าใจและลดความกังวลต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
การสื่อสารเกิดความบกพร่องท่ามกลางกระแสข่าวที่รวดเร็ว รัฐมนตรีตรีนุชได้กล่าวว่ากำลังพิจารณาแนวทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและป้องกันการสร้างความเข้าใจผิดในอนาคต
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
ทางภาคเอกชนและสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานแรงงานต่างด้าวได้ออกมารับรู้ถึงคำชี้แจงของรัฐมนตรีตรีนุช โดยยืนยันว่าได้มีการประสานงานอย่างต่อเนื่องกับหน่วยงานรัฐในการดำเนินการเกี่ยวกับแรงงาน เพื่อให้ได้รับสิทธิและความเท่าเทียมตามกฎหมาย โดยไม่ให้เกิดการเพิกเฉยหรือประมาทในประเด็นสำคัญ
ตามข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ปัจจุบันมีแรงงานกัมพูชาที่ลงทะเบียนทำงานในประเทศไทยประมาณหลายแสนคน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่อุตสาหกรรมก่อสร้างไปจนถึงภาคบริการ การที่แรงงานสามารถอยู่ต่อได้จนถึงปี 2570 จึงเป็นการสนับสนุนทั้งแรงงานและภาคเศรษฐกิจในระยะยาว
สรุปข่าวทั้งหมด
สรุปข่าวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนของการบริหารจัดการเรื่องแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างใกล้ชิด การยืนยันของรัฐมนตรีตรีนุชที่ว่าแรงงานกัมพูชาสามารถพำนักได้จนถึงปี 2570 สร้างความสบายใจให้กับแรงงานและนายจ้าง และเป็นการยืนยันถึงนโยบายที่ชัดเจนและมั่นคงยิ่งขึ้น สิ่งที่ต้องติดตามต่อในอนาคต คือการพัฒนานโยบายที่จะเข้ามาสนับสนุนแรงงานต่างด้าวให้สามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อผู้ใช้แรงงานและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ












