ภาพประกอบข่าว: เศรษฐกิจฝืดเคือง ไทยใช้น้ำมันเดือนม.ค.-ต.ค.2568 ลดลง 0.6%
เครดิตภาพ: Pornpimal Yaempracha

เศรษฐกิจฝืดเคือง ในประเทศไทยที่กำลังส่งผลกระทบอย่างแพร่หลาย ทำให้การบริโภคน้ำมันระหว่างเดือนมกราคมถึงตุลาคม 2568 ลดลง 0.6% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 กรมธุรกิจพลังงานได้ประกาศตัวเลขรายงานการใช้พลังงานที่แสดงถึงการลดลงดังกล่าว ซึ่งสะท้อนถึงภาวะทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่และการปรับตัวของผู้บริโภคในการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด การลดลงของการใช้น้ำมันนี้อาจชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของประชาชนและแนวโน้มในการบริโภคที่ต้องมีการจับตามองในอนาคต

ประเด็นสำคัญจาก: เศรษฐกิจฝืดเคือง ไทยใช้น้ำมันเดือนม.ค.-ต.ค.2568 ลดลง 0.6%

สภาพเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองได้กลายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การใช้น้ำมันลดลง โดยข้อมูลจากกรมธุรกิจพลังงานชี้ให้เห็นถึงการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีการลดลงเล็กน้อยถึง 0.6% ในช่วงสิบเดือนแรกของปี 2568 นี้ การลดการใช้น้ำมันแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมการบริโภคของประชาชน ซึ่งอาจมาจากความพยายามในการลดค่าใช้จ่าย หรือความตระหนักในเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้บริโภค นอกจากนี้ การลดลงของการใช้น้ำมันกำลังส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งการขนส่งและการผลิต ซึ่งอาจเป็นความท้าทายที่ต้องการการตอบสนองที่เหมาะสมจากภาครัฐเพื่อรักษาสมดุลในระบบเศรษฐกิจเพิ่มเติม

ในส่วนของภาคธุรกิจ สถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการใช้น้ำมันลดลง ปริมาณการขนส่งสินค้าทางถนนที่ลดลงและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุมเป็นสิ่งที่หลายบริษัทต้องเผชิญ นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิตของประชาชน เช่น การทำงานจากที่บ้านและการใช้บริการในท้องถิ่นมากขึ้น อาจเป็นองค์ประกอบเสริมที่ทำให้ความต้องการน้ำมันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น

จากการสำรวจเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลต่างๆ พบว่า การลดลงของการใช้น้ำมันในไทยเป็นการสะท้อนภาพรวมของสถานการณ์เศรษฐกิจที่ซบเซา ซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ข้อมูลระบุว่าอัตราการบริโภคที่ลดลงนี้ คาดว่าเกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น การปรับตัวของประชาชนในการเลือกใช้น้ำมันอย่างประหยัด การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคการผลิตและอุตสาหกรรม ตลอดจนการนำเทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทนมาใช้มากขึ้น

พร้อมกันนี้ หน่วยงานรัฐและภาคเอกชนยังคงต้องมองหามาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และให้ความสำคัญในการสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อควบคุมความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การส่งเสริมเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก เป็นอีกทางที่จะช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิง และสนับสนุนการเติบโตที่ยั่งยืนในภายภาคหน้า

สรุปข่าวทั้งหมด

จากภาพรวมข่าวเกี่ยวกับการใช้น้ำมันในประเทศไทยที่ลดลง 0.6% ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม 2568 การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค และสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการลดลงดังกล่าว ภาครัฐและเอกชนต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการใช้พลังงานที่ยั่งยืน ที่สำคัญคือต้องมีการติดตามผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด และมองหาแนวทางใหม่ในการพัฒนาเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here