
ศุภจี — ศุภจี ประกาศมั่นใจว่าความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาที่เกิดขึ้นใหม่ไม่ส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างสองประเทศ รวมถึงยืนยันว่ากระทรวงการคลังได้เตรียมมาตรการที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือนักลงทุนไทยให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ นายศุภจีให้ความเห็นในงานประชุมที่จัดขึ้นเพื่อหารือเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าว และวิธีการที่จะสามารถรักษาเสถียรภาพของการค้าในภูมิภาคนี้
ประเด็นสำคัญจาก: ศุภจี ยันขัดแย้งเขมรรอบใหม่ ไม่กระทบการค้าเพิ่ม-คลังเตรียมมาตรการช่วยนักลงทุนไทย
ศุภจี กล่าวว่าการขัดแย้งทางการเมืองหรือเขตแดนที่เกิดขึ้นล่าสุดระหว่างไทยและกัมพูชาไม่น่าจะนำไปสู่การหยุดชะงักของการค้า เนื่องจากความสัมพันธ์ทางการค้าที่มีรากฐานอันยาวนานและมั่นคง นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นว่าในอดีตที่ผ่านมาการค้าระหว่างทั้งสองประเทศยังคงดำเนินต่อไปแม้จะมีปัญหาทางการเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความพึ่งพาทางเศรษฐกิจที่สำคัญระหว่างสองชาติ
ขณะที่กระทรวงการคลังได้มีการประชุมเพื่อพิจารณามาตรการช่วยเหลือนักลงทุนไทยที่อาจได้รับผลกระทบในกรณีที่ความขัดแย้งยืดเยื้อ ซึ่งรวมไปถึงการให้ความมั่นใจถึงเสถียรภาพทางการคลังและนโยบายสนับสนุนการลงทุนที่เข้มแข็ง ทางการไทยตั้งเป้าที่จะกระตุ้นความเชื่อมั่นในตลาดและสนับสนุนการลงทุนทั้งในและนอกประเทศในช่วงเวลาที่ท้าทายเช่นนี้
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
นายศุภจีย้ำถึงความสำคัญของการเจรจาทางการทูตในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งส่งผลกระทบต่อธุรกิจและการค้า ที่ผ่านมา การเจรจาระหว่างตัวแทนรัฐบาลและหน่วยงานเศรษฐกิจได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามร่วมกันในการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง
ข้อมูลจากกระทรวงการค้าระบุว่าในปีที่ผ่านมา การค้าระหว่างไทยและกัมพูชามีมูลค่ารวมกว่า 100,000 ล้านบาท และตัวเลขนี้มีศักยภาพที่จะเติบโตต่อไปได้ภายใต้เงื่อนไขความร่วมมือที่ดี อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังยังคงใช้มาตรการเตรียมพร้อมในการเข้าแทรกแซงและสนับสนุนหากมีความจำเป็น เช่น การให้สิทธิพิเศษทางภาษีและการสนับสนุนสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยต่ำสำหรับนักลงทุนไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ปัจจุบัน
สรุปข่าวทั้งหมด
สรุปได้ว่าศุภจีได้ยืนยันถึงความมั่นคงและไม่ส่งผลกระทบต่อการค้าจากความขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างไทยและกัมพูชา ทั้งนี้ กระทรวงการคลังก็ได้จัดเตรียมมาตรการเพื่อช่วยเหลือนักลงทุนไทยในกรณีที่จำเป็น การติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาว นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างทั้งสองประเทศจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาเสถียรภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้












