
พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาแสดงความเห็นและให้แนวคิดเกี่ยวกับการยกเลิกการใช้รถโดยสารสาธารณะแบบ 2 ชั้น โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งกับรถประเภทนี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้โดยสารเป็นอย่างมาก การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงหลายครั้งที่เกี่ยวข้องกับรถโดยสาร 2 ชั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่รถพลิกคว่ำหรือเกิดการชนอย่างรุนแรง ซึ่งบ่อยครั้งมักนำไปสู่ความสูญเสียใหญ่หลวง ทั้งนี้ การพิจารณายกเลิกยังครอบคลุมถึงการศึกษาถึงผลกระทบในด้านต่างๆ ทั้งต่อผู้ประกอบการ ประชาชนผู้ใช้บริการ และระบบขนส่งสาธารณะโดยรวม เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยนายพิพัฒน์เน้นย้ำถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนเป็นอันดับแรก.
ประเด็นสำคัญจาก: พิพัฒน์ เล็งยกเลิก รถโดยสารสาธารณะ 2 ชั้น ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ
ประเด็นหลักที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ให้ความสำคัญคือเรื่องของความปลอดภัยในการขับขี่รถโดยสารสาธารณะ โดยเฉพาะรถโดยสาร 2 ชั้น ซึ่งมีโครงสร้างที่สูงและมีจุดศูนย์ถ่วงสูงกว่ารถโดยสารทั่วไป ทำให้มีความเสี่ยงต่อการพลิกคว่ำได้ง่ายกว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ตัวรถที่สูงและขนาดใหญ่ก็จะสร้างความเสียหายที่รุนแรงกว่ารถโดยสารชั้นเดียว นอกจากนี้ การขับขี่รถโดยสาร 2 ชั้นยังต้องการทักษะและความระมัดระวังเป็นพิเศษจากพนักงานขับรถ ซึ่งบางครั้งอาจเกิดความประมาทหรือความเหนื่อยล้า ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ การพิจารณายกเลิกรถโดยสารประเภทนี้จึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่นายพิพัฒน์มองว่าจะช่วยลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงและเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารได้ในระยะยาว เพราะที่ผ่านมาสถิติการเกิดอุบัติเหตุจากรถโดยสาร 2 ชั้นมีจำนวนมากกว่ารถโดยสารชั้นเดียวอย่างเห็นได้ชัด
การผลักดันแนวคิดนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการขนส่งสาธารณะของประเทศ โดยเฉพาะการป้องกันและลดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน การยกเลิกการใช้รถโดยสาร 2 ชั้นจะต้องผ่านกระบวนการศึกษาและหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นกรมการขนส่งทางบก ผู้ประกอบการเดินรถ บริษัทประกันภัย รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมยานยนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรอบด้านและครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในแง่ของกฎหมาย ข้อบังคับ และผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม การตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมขนส่งสาธารณะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ การเปลี่ยนแปลงย่อมเป็นสิ่งจำเป็น
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
ในรายละเอียดเชิงลึก การพิจารณายกเลิกรถโดยสาร 2 ชั้น ไม่ได้หมายถึงการห้ามใช้รถประเภทนี้ในทันที แต่จะเป็นการพิจารณาในระยะยาว โดยอาจจะเริ่มต้นจากการจำกัดการจดทะเบียนรถโดยสาร 2 ชั้นใหม่ หรือการกำหนดช่วงเวลาในการเปลี่ยนผ่านให้ผู้ประกอบการทยอยปลดระวางรถโดยสาร 2 ชั้นเดิมออกจากระบบ และเปลี่ยนไปใช้รถโดยสารชั้นเดียวที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงกว่า ซึ่งอาจจะมีการอุดหนุนหรือมาตรการจูงใจอื่นๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงการยกระดับมาตรฐานและข้อกำหนดสำหรับรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยที่จำเป็น เช่น ระบบเบรก ABS, ระบบควบคุมการทรงตัว (ESC), เข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้โดยสารทุกคน รวมถึงการจำกัดความเร็ว และการตรวจสอบสภาพรถอย่างสม่ำเสมอและเข้มงวดมากขึ้น มาตรการเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสารและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากเรื่องของโครงสร้างตัวรถแล้ว การพัฒนาและยกระดับศักยภาพของพนักงานขับรถก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ถูกเน้นย้ำ โดยอาจมีการกำหนดคุณสมบัติที่เข้มงวดขึ้นสำหรับการขับรถโดยสารสาธารณะขนาดใหญ่ รวมถึงการฝึกอบรมเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาทักษะการขับขี่ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมถึงการกำหนดช่วงเวลาพักผ่อนของพนักงานขับรถเพื่อป้องกันความเหนื่อยล้าที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุ การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการควบคุมและติดตามพฤติกรรมการขับขี่ เช่น GPS และระบบบันทึกภาพ จะช่วยให้สามารถตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานขับรถได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุจากความประมาทหรือความบกพร่องของพนักงานขับรถให้เหลือน้อยที่สุด
สรุปข่าวทั้งหมด
โดยสรุป นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ กำลังผลักดันแนวคิดในการยกเลิกการใช้รถโดยสารสาธารณะแบบ 2 ชั้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีเป้าหมายหลักคือการลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งกับรถประเภทนี้ ซึ่งมีจุดศูนย์ถ่วงสูงและเสี่ยงต่อการพลิกคว่ำมากกว่ารถโดยสารชั้นเดียว การดำเนินการในเรื่องนี้จะครอบคลุมถึงการศึกษาผลกระทบในทุกมิติ ทั้งต่อผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการ รวมถึงการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดมาตรการรองรับและช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังจะมีการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ทั้งในด้านโครงสร้างตัวรถ อุปกรณ์ความปลอดภัย และการพัฒนาศักยภาพของพนักงานขับรถ เพื่อให้การเดินทางของประชาชนมีความปลอดภัยสูงสุด ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในระบบขนส่งสาธารณะของประเทศไทย ซึ่งต้องรอติดตามผลการศึกษาและมาตรการที่ชัดเจนจากภาครัฐต่อไปในอนาคต.












